ยูยิสสู คือ อะไร
ยูยิสสู มีความหมายถึง ศิลปะแห่งความอ่อนโยน
จากยุคสมัยของซามูไรซึ่งมีการรบพุ่งกันเกือบทั้งปี
ศิลปะการต่อสู้มือเปล่าของญี่ปุ่นนั้นมีการพัฒนาต่อ ๆ มาโดยใช้ชื่อต่าง ๆ กันไป เช่น ยาวาระ, ไทจุสสุ, คุมิอุชิ และ ยูโด
(ตามหลักฐานที่มีคำว่ายูโดจริง ๆ แล้วมีขึ้นมาก่อนที่ จิโกโร คาโน จะนำมาใช้เรียกวิชายูโดของตนกว่าสองร้อยปี)
โดยต่อมาชื่อของยูยิสสูก็ได้เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณแปดร้อยกว่าปีก่อนในสมัยมุโรมาชิ
เพื่อนำมาใช้เป็นคำเรียกกลาง ๆ
ของวิชาที่มีการคว้าจับทั้งหมด ในช่วงนั้นวิชายูยิสสูยังไม่ได้มีการพัฒนาอย่างมีระเบียบมากนักเป็นแค่คำกลว่าเรียกวิชาแบบรวม ๆ
โดยชื่อของยูยิสสูต้องการสื่อให้เห็นว่าเป็นวิชาที่ใช้แรงน้อย และ ใช้แรงจากคู่ต่อสู้เพื่อที่จะย้อนกลับไปทำลายตัวคู่ต่อสู้เอง
กล่าวกันว่าในระหว่างศตวรรษที่ 8 และ 16 ซึ่งเป็นช่วงแห่งสงครามกลางเมือง
มีการคิดค้นอาวุธใหม่ ๆ ขึ้นจำนวนมาก การต่อสู้ในระยะประชิดก็ได้ถูกคิดค้นเพื่อต่อสู้กับอาวุธนั้น นอกจากนี้ในการต่อสู้อาจจะมีเหตุการณ์ที่ซามูไร
มีโอกาสตกอยู่ในสภาพที่ใช้ดาบหรืออาวุธหลักอื่น ๆ เช่น หอกหรือง้าวไม่ได้ วิชายูยิสสูในช่วงแรกจึงมีการฝึกการใช้อาวุธระยะสั้น
เช่น ดาบสั้น มีด หรือ กริชญี่ปุ่น เพื่อที่จะใช้ต่อสู้กับอาวุธหลักของศัตรูควบคู่กับกับการฝึกด้านการต่อสู้มือเปล่า
จาการที่อยู่ในยุคสมัยของสงครามกลางเมืองของญี่ปุ่น ทำให้วิชายูยิสสูมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ต่อมาในสมัยเอโดะซึ่งมีความสงบสุขมากขึ้น วิชายูยิสสูในสำนักต่าง ๆ ได้มีการจัดระเบียบแบบแผนของตนเอง
โดยพัฒนาจากวิชาการต่อสู้มือเปล่าต่าง ๆ ในสมัยมุโรมาชิ มาสร้างรูปแบบและพัฒนาอย่างมีหลักการ
วิชาที่เกิดในช่วงนี้มักถูกเรียกว่าเอโดะ ยูยิสสู ซึ่งวิชาเหล่านี้เองต่อมาได้เป็นรูปแบบของยูยิสสูของญี่ปุ่นต่อมา
ต่อมามักเรียกยูยิสสูอีกชื่อหนึ่งคือ โคริว ยูยิสสู ซึ่งหมายถึง ยูยิสสูแบบโบราณ
หลังจากปลายยุคเอโดะ (1868) ยูยิสสูก็ยังได้ถูกพัฒนาต่อไปโดยตอนนั้นว่ากันว่ามีโรงฝึกยูยิสสูมากกว่าสองพันสำนักเปิดขึ้นทั่วญี่ปุ่น
โดยวิชายูยิสสูที่เกิดขึ้นในยุคหลังเอโดะนี้จะเริ่มถูกเรียกว่าเก็นได ยูยิสสู ซึ่งหมายถึงยูยิสสูแบบใหม่
แม้ว่าจะพัฒนาจากยูยิสสูโบราณ
วิชายูยิสสูสมัยใหม่ก็ได้เริ่มปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เช่น การลดการฝึกกับอาวุธ การลดการฝึกกับชุดเกราะ
และ เน้นไปที่การต่อสู้มือเปล่าเพิ่มขึ้น รวมทั้งเริ่มเน้นการฝึกจับกุม
ซึ่งต่อมายูยิสสูประเภทของเก็นได ยูยิสสูนี่เอง
ที่ได้ถูกนำไปใช้โดยกลุ่มผู้รักษากฏหมายทั่วโลก
ต่อมายูยิสสูได้ถูกแพร่หลายออกไปในต่างประเทศเพื่อสอนให้กับผู้รักษากฏหมาย ทำให้เกิดพัฒนาการของยูยิสสู
ในต่างแดน และ เกิดยูยิสสูสายใหม่ ๆ ขึ้นอีกจำนวนมาก ก่อนที่ภายหลังนั้นวิชายูยิสสูแบบใหม่ในชื่อของคาโน่ ยูโด
ของจิโกโร คาโนได้ถูกพัฒนา ภายหลังเปลี่ยนชื่อไปเป็นยูโด
และ เปิดรับสำนักยูยิสสูจำนวนมากเข้าไปร่วมด้วย
ทำให้สำนักยูยิสสูของญี่ปุ่นเองเหลือจำนวนน้อย แต่ทางกลับกันยูยิสสูที่ได้ถูกพัฒนาในต่างแดนจำนวนมากไม่ได้ถูก
เปลี่ยนและรวมเข้าไปกับยูโดทำให้ในต่างแดนก็ยังมียูยิสสูหลาย ๆ สำนักหลาย ๆ สายยังคงเปิดอยู่ ในหลาย ๆ สำนักก็ได้
ถูกรวมเข้ากับวิชาในพื้นที่ เช่น ที่ฮาวายก็มีวิชายูยิสสูในรูปแบบของตนเอง

แนวคิดในการต่อสู้ของวิชายูยิสสู
ในอดีต มีโรงฝึกยูยิสสูแต่ละสำนักจะพัฒนาวิชาของตนเองในรูปแบบและแนวทางต่าง ๆ กันไป
บางสำนักจะเน้นการต่อสู้ด้วยจากจู่โจม เช่น การต่อยเตะ บางสำนักเน้นการต่อสู้ด้วยการจับล๊อค
บางสำนักเน้นการต่อสู้กับอาวุธ และ การต่อสู้ด้วยการใช้อาวุธ จากความหลากหลายของวิชาที่มีจำนวนมาก
วิชายูยิสสูจึงมักถูกกล่าวว่าเป็นวิชาที่มีทุกอย่าง และ ทำได้ทุกอย่าง

ยูยิสสูในประเทศไทย
ยูยิสสูในประเทศไทยนั้นถูกนำเข้ามาเกือบร้อยปีก่อนซึ่งมีบันทึกหลงเหลืออยู่ค่อนข้างน้อย
กล่าวกันว่ายูยิสสูเริ่มถูกสอนในไทยครั้งแรกโดยมีชาวญี่ปุ่นที่ทำงานที่ประเทศไทยในบริษัทญี่ปุ่นชื่อมิตซุยบุนเซน
มาสอนวิชายูยิสสูให้ผู้ร่วมงานที่บริษัท และ ต่อมาหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิวงศ์ สวัสดิกุลซึ่งได้ศึกษาวิชายูยิสสูจากต่างประเทศ
ได้เห็นความสำคัญของวิชายูยิสสูและได้นำเอายูยิตสูเข้าไปสอนในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยทรงทำการฝึกสอน
ด้วยพระองค์เองและยังทรงสอนให้กับคณะครูในกระทรวงธรรมการในขณะนั้นอีกด้วย ต่อมายูยิสสูได้แพร่หลายไปตามสถานที่ต่าง ๆ
และ ถูกสอนอยู่ในสถานศึกษาหลาย ๆ ที่ก่อนที่ภายหลังจะเปลี่ยนเป็นวิชายูโด